เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Beyond the Past 
 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

[BP] Adrian's POV

ที่พักในCobenhaven , Danmark   เรือสำราญส่วนตัว"THE NORTH"  --> จอดเรือที่ปากน้ำ -> นั่งเรือเล็กไปจนถึง"บ้าน" (ลิตเติ้ลวังริมน้ำของธีโอ)

 

ได้พักอยู่ในบางกอก 2อาทิตย์ โดยประมาณ
บางทีก็มากกว่านี้ แต่น้อยกว่านี้ไม่ได้ ยังไม่หายคิดถึง"เจ้าของบ้าน"

 

นั่งเรือเล็กไปเรือ "The North"ที่ปากน้ำ -->ทำงานบนเรือในฐานะกัปตันเรือTHE NORTH --> รีบไปรีบกลับ 

ข้างบนนี้คือสิ่งที่ฉันทำจนเป็นกิจวัตรประจำเดือน 

+++++++++++++++++++++++

 

ฉันชอบการเป็นกัปตันเรือ แต่ไม่ชอบเลยที่จะต้องไปทำงานนานๆโดยไม่ได้อยู่ใกล้ๆเด็กชายตัวน้อยของฉัน

 

เพราะฉะนั้นเมื่อฉันมาถึงกรุงเทพฯ ฉันมักจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการไปที่ต่างๆ

 

เช่น 

 

นอนหลับพักผ่อนแบบสบายๆในห้องนอนของฉันกับธีโอ

นั่งคุยกันใต้ต้นไม้ในสวนเล็กๆหลังบ้านของธีโอ

ทำอาหารในครัวให้ธีโอกินทุกเช้าก่อนไปทำงาน

พวกนี้คือความรื่นรมย์กับวันหยุดอันแสนวิเศษของฉัน เป็นการใช้เวลาที่มีค่าอย่างเกิดประโยชน์ที่สุด

กิจกรรมส่วนใหญ่ตลอด14วันที่ได้หยุดของฉัน จึงเกิดขึ้นและจบลงในบ้านที่เรียกว่า ลิตเติ้ลวังริมน้ำ แห่งนี้

 

ที่อื่นที่เคยไป ก็มีเพียง โอเรียนเต็ล กับ บริษัทแอนเดอร์เซน แอนด์ โก (อีสต์เอเชียติก) ที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้น

 

เพราะฉะนั้น

 

การที่ฉันจะหลงทาง ฉันจะสับสนทิศทางในเมืองหลวงของประเทศที่ร้อนแทบบ้านี้

 

- มันไม่ผิด- 

 

และ

 

-มันเกิดขึ้นได้-

 

 

อันที่จริง ฉันตั้งใจจะออกมาดูผ้าที่พาหุรัด สำหรับตัดชุดดีๆสำหรับใส่ไปงานวัดให้ธีโอ ฉันไม่ยอมหรอก ที่จะให้เขาใส่ชุดธรรมดาๆ จากผ้าธรรมดาๆ น่าเสียดายที่ฉันรู้ช้าไป ว่าบางกอกนี้จะมีงานวัดครั้งใหญ่ และธีโอเองก็อยากไป ไม่อย่างนั้นฉันคงจะแวะปารีส เพื่อหาซื้อผ้าดีๆกลับมาให้ธีโอได้ใช้

บางทีฉันก็รู้สึกว่า ฉันเอาใจใส่เขาน้อยเกินไป หรือมันถึงเวลาแล้วนะ ที่ฉันควรจะเลิกเดินเรือ เพื่อที่จะได้อยู่กับธีโอตลอดเวลา

 

ไม่ได้ๆ ถ้าฉันเลิกหาเงินตอนนี้ ฉันจะช่วยธีโอให้พ้นจากไอ้เจ้ากรมว่างงานจอมขูดเลือด ที่ปล้นมรดกของธีโอของฉันไปได้ยังไง?

 

ยิ่งคิดแล้วยิ่งหนักใจ ถ้าธีโอยอมตามฉันกลับไปอยู่ด้วยกันที่โคเปนเฮเกนก็คงดี

 

พอคิดมากๆเข้า สุดท้ายฉันก็นั่งเรือจนเลยที่หมายมาไกล จนมาจบที่หน้าตึกยุโรปหลังหนึ่งที่มีชาวต่างชาติเดินเข้าออก

 

ฉันไม่ได้ดีใจหรอก ที่บังเอิญไปเห็นไอ้คนหน้าคุ้นๆที่อยู่ข้างในนั่น  แต่สองเท้าของฉันก็เดินปราดเข้าไปหาหมอนั่น อย่างกับมันมีชีวิตของมันเอง ไม่จำเป็นต้องให้ฉันหรือใครมาสั่ง 

แค่เท้าเหยียบพ้นประตูหน้าร้าน ฉันก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

ว่ากันตรงๆเลยก็ได้ ฉันไม่ชอบให้วันพักผ่อนของฉันต้องเอาตัวมาอยู่ในร้านหรืออะไรก็ตามที่อยู่นอกเหนือกำหนดการณ์ที่วางไว้ แล้วคนยังอุตส่าห์อยู่กันพลุกพล่านแบบนี้

 

ฉันนึกขอบคุณที่ตัวเองจอดเรือไว้ที่ปากน้ำเจ้าพระยา ไม่ได้มาจอดเทียบที่่ท่าเตียนอันโคตร-จะ-วุ่นวายนี่ และ ขอบคุณเจ้าเฮนริกที่เป็นหุ้นส่วนของโอเรียนเต็ล ที่มีคาเฟ่ ที่สงบและเป็นส่วนตัวไว้ให้ฉันได้พาธีโอไปดื่มน้ำชายามบ่าย

 

นั่นคงจะเป็นอย่างเดียว ที่ฉันจะพูดถึงเฮนริกในแง่ดี 

 

ฉันเดินเข้าไปตั้งใจจะทักไอ้แยงกี้นั่น

 

ถ้าไม่บังเอิญว่า ฉันเห็น "ไอ้ตัวต้นเหตุ" ที่ทำให้ธีโอของฉันเป็นหวัด ซะก่อน...

 

"ไอ้ส้มเน่า แกนี่มันไม่ใช่ลูกผู้ชายจริงๆ...ทำคนอื่นไม่สบายเพราะออกไปตกปลาบนเรือห่วยๆ แล้วยังมีหน้ามานั่งกินอย่างสบายใจอีก"

 

"ธีโอไม่สบาย เพราะว่ายน้ำกลับไปหาแกต่างหาก" ไอ้ส้มเน่ากระแทกแก้วกับโต๊ะ...หึ ร้อนตัว

 

"เพราะแกพาธีโอออกมา เขาเลยไม่สบาย!" ฉันต่อว่า แน่สิ ถึงจะแค่หวัด แต่ถ้าเกิดพักผ่อนไม่พอ กลายเป็นปอดบวมจะทำอย่างไร ? อย่างกับไอ้งี่เง่าตรงหน้าจะมาช่วยดูแล(แต่ถึงมันมา ฉันก็ไม่ให้มันได้ดูแลธีโอหรอก)

 

"แกยังไม่ชดใช้ค่าเสียหายที่ธีโอทำเรือล่มให้ฉัน"  จู่ๆก็ควักใบเสร็จออกมา คิดเหรอว่าฉันจะยอม อ๋อครับ ขอโทษครับ เดี๋ยวผมจะรีบจ่ายให้เดี๋ยวนี้

 

 

 

ฝันไปซะเถอะ

 

 

 

"ชดใช้? ไอ้เรือสับปะรังเคพรรณนั้น? แกต่างหากที่ต้องจ่ายค่าทำขวัญให้ธีโอ!"  แค่เรือบดกระจอกๆทำเป็นพูดมาก 

 

"จะมากไปแล้ว!!" หมอนั่นฟาดมือทุบโต๊ะดังลั่นร้าน "คนที่เกือบตายคาแม่น้ำคือฉันกับครูคาร์ล!! และเพราะปลาทั้งหมดโดนเทกลับลงน้ำ ทิมเลยต้องอดข้าวเย็น!  และที่ทุกคนเดือดร้อนก็เพราะธีโอกระโดดลงจากเีรือกลับไปหาแก ไอ้แก่!!!!!"

 

 นี่แกกำลังสรุปว่าธีโอของฉันเป็นคนผิดใช่ไหม? 


 

ร่างกายของฉันทำได้เร็วกว่าที่จะสั่งอีกแล้ว  มันเป็นไปด้วยตัวเอง เมื่อเจ้ามือของฉันถอดถุงมือและปาใส่หน้าไอ้ส้มเน่าอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณท้าสู้

 

"ถอนคำพูดเน่าๆของแกแล้วมาต่อยกับฉันเลยดีกว่าเพราะถ้าแกไม่บังคับธีโอออกมา ธีโอก็จะไม่ต้องหนีแกกลับมาหาฉันจนไม่สบาย!"

ใช่ถึงธีโอจะไม่ค่อยถูกนักที่จู่ๆกระโดดแล้วว่ายน้ำมาหาฉัน แต่ถ้าย้อนไปต้นเรื่องจริงๆล่ะก็ สรุปง่ายๆว่าไอ้ส้มเน่าผิด เพราะมันเป็นคนพาธีโอออกมา

 

ไอ้ชาวดัตช์ขี้ตืดนั่นตรงเข้ามากระชากคอเสื้อฉัน

 

"ฉันเคยบังคับจิตใจธีโอที่ไหน  พูดให้ดีๆนะไอ้แก่กินเด็ก! ธีโอตามฉันออกมาเองต่างหาก!!!!"

หมัดขวาของฉันอัดเข้าซีกหน้าของไอ้ส้มเน่าทันที ไม่ปล่อยให้ไอ้หมอนั่นได้มีโอกาสพูดจนจบประโยค

ฉันตั้งใจจะซ้ำไอ้ส้มเน่า ปากเสีย ถ้าไม่บังเอิญนึกได้ว่า ฉันควรจะถอดเสื้อนอกออกก่อน เพราะจะต้องไปหาธีโอต่อ ถ้าชกกันจังๆเสื้อผ้าต้องเลอะเทอะแน่ๆ ฉันไม่อยากให้เทวดาตัวน้อยของฉันต้องเป็นห่วง

 

แต่เพราะการหยุดคิดชั่วครู่นั่นล่ะ ทำให้ฉันหลบไม่ทันหมัดตรงที่ไอ้บ้านั่นต่อยกลับมา

 

 

 

'ชกทีเผลอแบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ ไอ้หอกหักเอ้ย!' ฉันคิดในใจดังๆ

 

 

จะยังไงก็แล้วแต่ ฉันถอดเสื้อนอกออกแล้วเหวี่ยงไปบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ ย้ำอีกที ฉันไม่อยากให้ธีโอเป็นห่วงเพราะสภาพชุดที่เละเทะดูไม่ได้ ถ้าแค่เสื้อตัวในล่ะก็ ธีโอคงไม่ทันสังเกตเห็น น่าจะดีที่สุด เพราะยังไงวันนี้ฉันก็จะต้องซัดกับไอ้ส้มเน่านี่ให้รู้เรื่องให้ได้!

 

ดูเหมือนหมอนั่นเองก็พร้อมจะต่อยกับฉันอย่างจริงจังแล้ว เพราะมันก็ถอดเสื้อนอกเหมือนกัน

 

ถ้ามีคนถามฉันว่า คิดอะไรอยู่ถึงมาตีกันในร้านที่มีแต่ชาวต่างชาติอยู่เต็มไปหมด แถมอีกฝ่ายยังเป็นกัปตันของเรือสินค้าดัตช์ ถ้าเกิดต้องมีเรื่องไปถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลระหว่างประเทศจะทำอย่างไร

 

ฉันคงตอบได้คำเดียว 

 

'Who cares?'(ใครสน?)

 

อ้อ ฉันพูดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะถ้าฉันพูดDanishหรือNorwegian หรือDutch หลายๆคนที่กำลังอ่านความคิดของฉันอยู่ คงอ่านไม่ออก ฉันเข้าใจดี ว่าปี2011 ประเทศไทยชินกับภาษาอังกฤษมากกว่า

 

ก่อนที่ฉันจะได้ทันวางมวยข้างถนนกับไอ้กัปตันห่วยๆนั่น น้ำเย็นๆก็ถูกสาดใส่ฉันเข้าอย่างจัง

 

 

ดีนะ ที่ฉันถอดเสื้อนอกไว้ก่อน

 

"มาทะเลาะอะไรกันตรงนี้ครับ คุณวิซเซอร์ ผมว่ากลับไปที่เรือก่อนดีกว่านะครับ อาวุธครบมือกว่ามาก แล้วไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับร้านด้วยนะครับ" คาร์ลกระแทกแก้วน้ำลงกับโต๊ะ

 

นั่นทำให้ฉันนึกได้ว่า ฉันเดินเข้ามาในร้านนี้ทั้งๆที่ไม่อยาก เพราะอยากจะถามทางไอ้แยงกี้นี่

แค่เผลอนิดเดียว ไอ้ส้มเน่ามันก็ฉวยโอกาสเดินหนีออกจากร้านไป 

นี่คิดจะหนีโดยไม่ขอโทษธีโอต่อหน้าฉันใช่ไหม? 

 

"เดี๋ยวสิ ไอ้ส้มเน่า แกยัง..อุ๊บ!" ใครวะ? ฉันยังพูดไม่จบจู่ๆก็เอามือมาปิดปากฉัน

 

"คุณเอเดรียนครับ ทะเลาะกันตรงนี้เสียเวลาเปล่านะครับ ยิ่งกลับเร็วยิ่งเจอธีโอเร็วขึ้นนะครับ เดี๋ยวผมเขียนแผนที่ให้" 

 

ถ้าไม่เพราะฉันอยากจะไปหาธีโอ ฉันจะตามไปซัดกับไอ้หมอนั่นให้รู้เรื่อง แต่ก็นะ...จะยอมให้อีกสักวันก็ได้

 

"เฮ้อ ถ้าคุณเป็นแบบนี้ได้ตลอดก็ดีสิครับ จริงๆเลยนะครับ อายุก็ขนาดนี้แล้วแท้ๆ หัดเอาอย่างคุณเซ็ปโปบ้างได้ไหมครับ" ไอ้แยงกี้ที่อยู่ในคราบครูพูดพึมพำขี้บ่นเหมือนคนแก่ไปเรื่อย แม้มือจะยังขยับวาดแผนที่ให้ฉันอยู่ก็ตาม

 

"เซ็ปโป? ตัวละครไหนในหนังสือนิยายแปลกๆของนายอีกล่ะ"ฉันถาม เพราะเห็นเจอกันที่ไร ไอ้แยงกี้นี่ก็ถือหนังสืออะไรไม่รู้เต็มไปหมดทุกที

 

"นิยายอะไรกันครั...อ้อ ลืมไปเลย ที่นั่งอยู่กับผมเมื่อกี้คือ คุณเซ็ปโป เอ่อ...แฮ-แม-เลย์-เนน" 

 

ฉันหันไปมองตามที่มันบอก แล้วก็เห็นคนที่ดูคุ้นๆว่าก่อนหน้านี้เคยเจอกันที่ไหนสักแห่งในสยามประเทศนี่ จู่ๆก็เดินเข้ามาฝากจดหมายให้ไปส่งไกลถึงเฮลซิงกิ โดยไม่ดูเลย ว่าเรือของฉันไปกลับแค่ นอร์เวย์ เดนมาร์ก สิงคโปร์ และ สยามประเทศ

 

"เหอะ...พวกฟินน์" ฉันสบถพึมพำกับตัวเองเบาๆ 

 

"ฟินน์? คืออะไรครับ?" ไอ้แยงกี้นี่มันเป็นครูจริงหรือเปล่า เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ไม่รู้

 

"ก็พวกชาวเขาที่อยู่ใต้การปกครองรัสเซีย" ฉันอธิบายแบบสั้น

 

"อ๋อ...ก็ว่า" 

 

"เพราะงั้น อย่าเอาฉันไปรวม หรือไปเปรียบเทียบกับคนแบบนั้นเด็ดขาด" ฉันรีบย้ำใส่สมองมัน ก่อนที่มันจะเริ่มคิดว่าฟินแลนด์เป็นประเทศเพื่อนบ้านของฉัน 

 

"แต่พวกคุณก็มาจากทางเหนือเหมือนกันนี่นา รัสเซียกับสแกนดิเนเวียก็ไม่ไกลจากกันไม่ใช่หรือครับ" นั่นไง ฉันกะแล้วว่าพวกสมองน้อยต้องคิดแบบนี้

 

"พวกอังกฤษงี่เง่าก็แบบนี้ล่ะนะ" ฉันสบถอีกครั้ง รู้สึกเบื่อที่จะต้องมาอธิบายเรื่องพรรณนี้ในขณะที่ฉันโคตรจะไม่มีเวลา 

 

"หมายความว่าอย่างไรกันครับ"

 

"จำใส่หัวไปเลย...สแกนดิเนเวีย ฉันนับญาติแค่ นอร์เวย์ของฉัน เดนมาร์กของธีโอ และ สวีเดน สามประเทศนี้เท่านั้นที่ได้สายเลือดไวกิ้งมา ส่วนฟินน์น่ะเหรอ..."

จริงๆของแบบนี้มันก็อยู่ที่วิจารณญาณ และอคติส่วนตัว ฉันเป็นชาวนอร์เวย์ชนชั้นกลางซึ่งถูกเลี้ยงมาด้วยชนชั้นกลางชาวเดนมาร์ก แต่เพราะปูมหลังครอบครัวที่นอร์เวย์มีปมที่ไม่ดีเกี่ยวกับชาวฟินน์ ทำให้ฉันตัดสินใจว่า ชาวฟินน์ทั้งหมดเป็นพวกที่ไม่น่าคบ

 

"ถ้าแค่รู้จักน่ะได้ แต่ให้นับญาติด้วย ไม่มีวัน" ฉันตัดบทสนทนาด้วยความรำคาญ ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมขึ้นใส่ และสวมถุงมือให้เรียบร้อย จากนั้นจึงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาซับที่หน้าเล็กน้อย

 

"แผนที่ล่ะ"ฉันลอบมองตัวเองในกระจกเพื่อสังเกตความเรียบร้อย  ผมของฉันเปียกลู่และปรกลง ฉันจึงจัดแจงเสยผมขึ้นอย่างลวกๆทันที 

 

ไม่สบอารมณ์จริงๆ

 

"อ...อ่า ครับ"  

 

"........." ฉันรับแผนที่มาจากไอ้แว่นนี่ แต่ก็พบว่า แผนที่ที่ได้รับมาเส้นทางมันซับซ้อน และคำอธิบายมันก็ขยุกขยิกจนอ่านแทบไม่รู้เรื่อง 

 

"ลายมือไก่เขี่ยของแก ฉันอ่านไม่ออก แกพาฉันไปส่งรถรางที่ใกล้ที่สุดก็พอ"ฉันจำใจต้องร่วมทางกับมัน อย่างน้อย ก็แค่พอถึงรถรางสักสายซึ่งหลังจากนั้น ฉันก็จะสามารถเดินทางไปพบธีโอได้ด้วยตัวเอง

 

"...จริงๆคุณไม่เคยเดินทางไปที่ไหนในบางกอกนอกจากบ้านธีโอใช่ไหมครับ" 

 

พอถูกถามแบบนี้ ฉันก็สาธยายยืดยาวเลย แต่สรุปประเด็นหลักๆก็คือ การมาบางกอกคือการกลับมาพักผ่อนที่บ้านของฉัน และ การพักผ่อนที่บ้านของฉันคือ การได้อยู่กับธีโอให้มากที่สุด

 

แล้วทำไมฉันจะต้องไปไหนด้วยหล่ะ?

 

ถ้าใครไม่เข้าใจ ก็ย้อนขึ้นไปอ่านความคิดของฉันข้างบนใหม่ แล้วก็จะเข้าใจ

 

"ฮะๆ ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะไปส่ง"แยงกี้นั่นรีบเดินไปจ่ายเงินทันที แล้วฉันก็นึกขึ้นได้อีกอย่าง

ฉันหันไปทางคนฟินน์ไม่น่าคบ (ฉันจะเรียกแบบนี้ไปก่อน เอาไว้มีเวลามากกว่านี้ ฉันจะคิดชื่อเรียกอย่างอื่นให้มันแทน)

 

"จดหมายที่ฝากส่ง ฉันฝากให้คนรู้จักไปส่งต่อให้แล้ว เรือของฉันไม่ไปจอดที่เฮลซิงกิ แล้วก็...."ฉันละประโยค เพราะ ประโยคหลังนั่น คือสิ่งที่สำคัญกว่าประโยคที่ฉันพูดไปก่อนแล้ว

"ห้ามมายุ่มย่าม หรือมาเก็บข้อมูลอะไรแปลกๆกับธีโอของฉัน ไม่งั้นฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่"

 ประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีในตอนเด็กบอกฉันว่า คนที่อันตรายที่สุดในทางเหนือ ไม่ใช่รัสเซีย แต่เป็นพวกฟินน์ที่พูดภาษารัสเซียต่างหาก...

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าหมอนี่จะรู้จักธีโอหรือไม่ ฉันก็จะต้องป้องกันไว้ก่อน

 

เมื่อไอ้แยงกี้นั่นจ่ายเงินเสร็จ ฉันก็ลากมันออกไปข้างนอกเพื่อเดินทางไปขึ้นรถรางกลับไปหาธีโอทันที

 

 

ไม่สิ...ฉันต้องให้มันพาฉันไปซื้อผ้าดีๆสักพับสองพับกลับไปให้ธีโอเลือกสำหรับใส่ไปงานวัดซะก่อน แล้วค่อยขึ้นรถรางไปหาธีโอ

 

 

 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

NOTE :

1. อยากอ่านเนื้อเรื่องเต็มๆ สามารถไล่อ่านได้จากบล็อกดังต่อไปนี้ *v*

    คนแปลกหน้า
    แยงกี้งี่เง่า
    ไอ้ส้มเน่า
 
2. HenRik คือชื่อพ่อทูนหัวของธีโอ เป็นหุ้นส่วนในกิจการโอเรียนเต็ลค่ะ ปจบ.ขึ้นสวรรค์จากการจมน้ำตาย ทำให้เอเดรียนได้สิทธิเลี้ยงดูธีโอ ลิตเติ้ลวังริมน้ำ จริงๆก็คือบ้านของคุณเฮนริกค่ะ

แต่แน่นอน ว่าเพราะคุณเฮนริกได้เป็นพ่อทูนหัวของธีโอ ทำให้เอเดรียนโคตรเกลียดค่ะ (ฮา) ดังนั้น ที่คุณเฮนริกตายอาจจะมาจากการสาปแช่งของคุณเอเดรียนก็ได้  ซึ่งดีเทลยิบๆพวกนี้คงพูดถึงในอนาคตค่ะ 
 
3. คุณเอเดรียนเป็นเด็กที่พ่อแม่เอามาฝากบ้านของพ่อธีโอเลี้ยงค่ะ สืบเนื่องจากเรื่องๆนึง ทำให้เอเดรียนเหม็นขี้หน้าใครก็ตามที่มีเชื้อชาติฟินน์ค่ะ ก็จะพูดถึงในอนาคตเช่นกันค่ะ
 
4. คุณเอเดรียนรักธีโอมากค่ะ *v* 
 
5. เอาจริงๆ คุณเอเดรียนล่องเรือไม่เคยหลง แต่ถ้าเป็นบนบกละก็.....หลงทางเมื่อมีโอกาสเสมอ แต่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยจะยอมรับนักหรอก

edit @ 10 Sep 2011 15:49:56 by minatan+minamo

Comment

Comment:

Tweet

ฉันเป็นลูกผู้ชายที่รักเดียวใจเดียว เห็นหรือยัง?

with hate

Adrian Solberg

Ps. คนรักที่ธีโอชื่นชมอย่างฉันจะผิดได้ยังไง?

#5 By ที่รักของธีโอ (58.9.146.3) on 2011-09-10 17:13

รอบหน้าก็กลับเองแล้วกันครับคุณเอเดรียน

ด้วยความจริงใจ
Carl A. Middleton

---------

ธีโอ รักษาสุขภาพด้วยนะ หายแล้วฉันจะพาไปกินขนม ร้านใหม่ที่ฉันไปเจอเขาทำขนมเค้กรูปหัวรถไฟได้เหมือนทีเดียว :)

คาร์ล

-----------

POV คุณเอเดรียนขี้ตู่มากๆเลยอ่ะ... แบบข้าไม่เคยผิดมากๆ แต่เรื่องรักธีโอก็จริงใจจนด่าไม่ลง แล้วจะรอดูชุดและพลุงานวัดนะกัปตันcry

#4 By gazale on 2011-09-10 15:59

หึ!


ปล. ถึงธีโอ วันหลังอย่ากระโดดลงแม่น้ำแบบนั้นอีกนะ.......หายไวๆละกัน..

Rens Visser

#3 By :-[R]i{ki}~~{[C]ha~n}-: on 2011-09-10 15:38

แค่ก แค่ก...ผมแค่เป็นหวัด เจ็บคอนิดหน่อยเองครับ คุณลุงแค่ตื่นเต้นเป็นห่วงผมเกินไปน่ะครับทิม

Theodore

#2 By minatan+minamo on 2011-09-10 14:58

เอ่อคุณเอเดรียนอะ ได้ข่าวว่าธีโอไม่สบายหรือฮะ ผมเยี่ยมได้ไหมอ่ะ surprised smile


โยอาคิม ทีโมที รอทธ์

#1 By kakao on 2011-09-10 14:55